(ชุด4) อุทยานบาเจียง : น้ำตกตาดผาส้วม (Tad Pha Souam) จากช่องเม็ก จุดผ่านแดนไทย-ลาวที่อุบล เราก็นั่งรถไปตามถนนลาดยาง มุงสู่ปากเซ เมืองใหญ่ของแขวงจำปาสัก ใช้ระยะทาง 42 กม. เมื่อถึงปากเซ ก็ขึ้นสะพานแขวนที่ยาวไกล ข้ามแม่น้ำโขงสีแดงขุ่น นานทีเดียวกว่าจะข้ามพ้นสะพาน คะเนด้วยสายตาแล้ว ความกว้างของแม่น้ำโขงที่เห็นนี้น่าจะราว 2 เท่าของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านกรุงเทพ จากสีน้ำโขงที่เห็นเป็นสีแดงแล้ว ถามถนนหนทางหรือตาม อาคารต่างๆที่เห็นก็ดูจะออกเป็นสีแดงไปด้วย คงจะเกิดจากฝุ่นถนนลูกรังหรือสีดินแถบนี้ที่เป็นสีออกแดง มองไปทางไหนจึงดูเหมือนว่าเป็นสีดินลูกรังไปหมด.....รถได้ขับผ่านชุมชนที่หนาแน่นของเมือง ปากเซ เพื่อเดินทางต่อไปยังน้ำตกตาดผาส้วม ตลอดเส้นทางจากปากเซสู่น้ำตก จะเห็นชุมชนชาวเขาเผ่าต่างๆเป็นระยะๆ สังเกตุได้ง่ายจากบ้านเรือนที่เป็นแบบดั่งเดิมมุงด้วยจากมีรูปทรงป้านๆ ดูทิวทัศน์เพลินๆก็มาถึงน้ำตกตาดผาส้วมโดยใช้ระยะทางประมาณ 38 กม.จากปากเซ....มาทราบเบื้องหลังของสถานที่นี้ว่ามีคนไทยได้มาเช่าทำกิจการร้านอาหารและรีสอร์ต ซึ่งหากใครได้มาเห็นก็คงนึก ในใจว่าไม่น่าจะเป็นนักธุรกิจชาวลาว เพราะทุกอย่างดูดี และเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะการตกแต่งร้านอาหารที่เข้ากับบรรยากาศ รวมไปถึงบริเวณโดยรอบที่ดูดีไปหมด " ใครกันนะที่มาทำธุรกิจที่นี่ " ก็บังเอิญไปพบตัวตนจริงของผู้ที่ได้มาบุกเบิกสถานที่นี้ จากเว็บบอร์ดชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.อุบลราชธานี พูดถึงเรื่องนี้พอสรุปได้ว่า แต่เดิมแถบนี้เป็นถิ่นยากจนของชนเผ่า มีการตัดไม้ทำลายสภาพ แวดล้อมจนน่าเป็นห่วง กระทั่ง คุณ วิมล กิจมงคล ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลลาวให้เข้ามาพัฒนาการท่องเที่ยวเมื่อปี ค.ศ 1996 (พ.ศ.2539) ซึ่งได้ใช้เวลา 2 ปี ในการสำรวจและก่อสร้าง โดยแบ่งพื้นที่ ให้เป็นพิพิทธภัณฑ์ชนเผ่าซึ่งรวบรวมมาได้ประมาณ 8 ชนเผ่า ในพื้นที่นี้ก็มีร้านอาหารและรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยวได้มาพักซึ่งเปิดบริการเมื่อ ค.ศ 2003....จากการที่คุณวิมล ได้มาสำรวจพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยป่า โชคร้ายเป็นไข้ป่าชนิดรุนแรงที่เรียกว่ามาเลเลียขึ้นสมองจนแพทย์บอกว่าไม่รอด... แต่ด้วยกำลังใจอันเข้มแข็งและจากคนรอบข้าง ก็ก้าวพ้นวิกฤติชีวิตนี้มาได้ แต่ก็ต้องสูญเสียการมองเห็น สนใจ อ่านบันทึก เรื่องและภาพโดย เด่นดวง email : mr_denduang@yahoo.com
สถานที่ราชการแห่งหนึ่ง