เกาะปีนัง เป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย สภาพทั่วไปคล้ายเกาะภูเก็ต แต่ชายฝั่งทะลเป็นดินเลนเช่นเดียวกับบางปู
|
สภาพตึกอาคารสูงๆ ที่มองเห็นจาก ซีฟู๊ดภัตราคาร ที่คณะเราได้มาทานในมื้อกลางวัน วันแรกของการเดินทางที่บินตรงมาจากกรุงเทพ |
ตึกเก่าบนเกาะปีนังมีมากมาย ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี |
ตึกที่กำลังบูรณะหรือตึกร้าง จะล้อมรั้วสังกะสี(น่าจะเป็นกฏหมาย) ภาพนี้ต้องยกถ่ายให้พ้นรั้ว |
สามล้อที่นี่ให้คนนั่งอยู่ข้างหน้า คนถีบอยู่ข้างหลัง เพราะถือว่าคนนั่งดวงแข็งกว่า |
ประเทศมาเลเซียใช้ภาษาอังกฤษ แต่อ่านเป็นภาษามาเลย์ |
มื้อแรกที่ภัตราคารริมทะเล(Salamat Datang) แต่ตอนนี้เป็นช่วงน้ำลง
|
ด้านหน้าภัตราคาร จะประดับธงชาติมาเลเซียและธงประจำรัฐ(สีฟ้า เหลือง) ทั้งหมดมี 14 รัฐ |
ตู้โชว์ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ยังเป็นๆ (ในภาพเป็นปูตัวใหญ่ King crab) |
เก๋าตัวใหญ่ หนักราว 40-50 กิโล |
กั้งที่นี่ตัวใหญ่มาก และอยู่ในเมนูมื้อกลางวันนี้ด้วย ที่ปีนังขายโลละประมาณ 350 - 400 บาท
|
ภัตราคารที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ในบรรยากาศริมทะเล |
เต้าฮู้ผัดจานนี้ อร่อยมากเจ้าค่ะ ... แม่ช้อย บอกมา |
นี่แหละเนื้อกั้งชุปแป้งทอด มีมันฝรั่งต้มหั่นเป็นคำๆ น้ำราดคล้ายน้ำสลัด พวกเรานึกว่าเนื้อไก่
ที่ไหนได้เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเนื้อกั้ง (มีราคาแพงด้วย) ปรากฏว่าอิ่มกันหมดแล้ว
|
ผักบุ้งไฟแดง ผัดกับน้ำพริกผสมกะปิ กลิ่นออกเป็นเครื่องเทศแขก
รสชาติเผ็ดๆ มีกลิ่นกะปินำ แปลกๆ ทะแม่งๆ ดี |
ก่อนออกจากเกาะปันัง แวะชิม บะ กุ๊ด แต๋ (เครื่องตุ๋นกระดูกหมู) ของแท้ต้นตำรับจากมาเลเซีย
ที่ข้างฝา เป็นเครื่องเทศสำเร็จรูป และกล่องลงหม้อได้เลย ร้านนี้มีสมุนไพรขายหลายอย่างมาก
|
เอาเครื่องเทศลงต้มกับกระดูกหมูจนได้ที่ น้ำซุบตักใส่ถ้วยทานกับข้าวสวย เป็นอาหารมื้อเช้า
ที่นิยมของคนจีนมาเลเซีย ที่เมืองไทยแถบจังหวัดชายแดนมาเล สามารถหาทานแบบต้นตำรับได้
|